G-ing's profileG-ContinuousPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 22 ซัมเมทีฟกะเค้ามั่งทำไมไม่อ่านหนังสือ
เมื่อคืนนั่งดูฝันรักปารีสจนถึงตี 4 ทำไม
กูทำอะไรอยู่!?!
วันก่อนเปิดมายเกิร์ลดูจนจบ
แล้วก็มาเปิดแดจังกึมอีกรอบ
พอเสร็จก็ดูฝันรักปารีส
ซึ่งเป็นเรื่องที่ชั้นชอบที่สุดแล้วในบรรดาหนังเกาหลี
(ไม่นับแดจังกึม อันนั้นตั้งหิ้ง)
มันดูไม่ง๊องแง๊ง
แถมชอบว่ะ พระเอกเก๋มาก
ติดอยู่อย่างเดียว่าใครมันแม่งเลือกชุดให้พระเอกวะ
เสร่อแป๊ะ
อ๊ากๆ
โหลดแผ่น 4 เสร็จจะไปดูต่อ
ไปต้องสอบมันแม่งแล้ว
มีแต่คนบอกว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่หล่อ
แต่ชั้นว่าเค้าดูดีว่ะ น่ารัก 55+
แบบนี้แหละสเปกก
July 08 ความรักมันไม่มีจริง*สเปซวันนี้อัพตามอารมณ์
วันหน้าชั้นอาจกลืนน้ำลายตัวเอง แต่วันนี้ชั้นทนไม่ไหวแล้ว
อย่าคิดจริงจังกับเรื่องที่ชั้นบ่นให้สาธารณชนฟังมากนัก
ความรัก
มันไม่มีจริงหรอก
รักแท้จากคนแปลกหน้า มันไม่มี
คนเราน่ะ ถึงมันจะบอกว่ารักกันปานจะกลืน
แต่สุดท้ายก็แค่คนแปลกหน้าที่มาเจอกัน
มีแต่พ่อแม่ พี่น้องที่รักชั้น
มีเพื่อนๆที่ชั้นรัก
ชั้นไม่รู้
ไม่รู้อะไรแล้ว
ทำไมช่วงนี้ชั้นอารมณ์แปลกๆ
ผู้ชายส่วนมากเห็นแก่ตัว
แล้วจะเอาความรักที่ไหนมาแบ่งกัน
ถ้าชั้นจะตาย
จะช่วยชั้นมั้ย?
ถ้าชั้นเดือดร้อน
จะสนใจชั้นรึเปล่า?
ผู้ชายดีๆมันไม่มีหรอก
มีแค่ในนิยาย
หรือถ้ามี
เค้าก็ไม่ได้เป็นคนของชั้น
ชั้นไม่รู้จริงๆ
ชั้นสับสน
ถ้าชั้นจะชอบใคร
ชั้นจะชอบที่คนๆนั้นเป็น
บางทีอาจจะไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าเป็นเพศอะไร
แต่ไม่รู้สิ
สุดท้ายแล้วคนเรามันต้องแคร์สายตาสังคม
อยู่อย่างใจอยากมันอยู่ได้ไม่นานหรอก
ชั้นเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองแม่งแปลก
รึไม่แปลก??
จากเกมวงเหล้าวันนั้น
ชั้นพูด+ตั้งใจจริงๆ
ว่าชั้นจะไม่ไปทำตัวกระหรี่เสียผีให้ใครก่อนแต่งงาน
(อันที่จริงอยากเปลี่ยนจากผีเป็นคำอื่นที่ตรงความหมายมากกว่า แต่ดูจะหยาบไป)
ชั้นหัวโบราณเหรอ
อายุขนาดเรา เป็นแฟนกัน อย่างมากสุดแค่จับมือก็พอแล้วมั้ง
ถ้าอยู่มหาลัยหรือทำงาน จะกอดจะจูบกันก็อีกเรื่อง ทำไปสิ ชั้นยังอยากทำเลย
ชั้นแปลกเหรอวะที่คิดแบบนี้
ชั้นแคร์ทุกๆอย่างรอบตัว
เพราะสุดท้ายแล้วชั้นมันก็แค่คนๆนึง
ปากอาจจะบอกว่าไม่แคร์สายตาสังคม
แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องแคร์น่ะแหละ
คนเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวซะหน่อย
อยากน้อยก็มีพ่อแม่ให้คิดถึง
ทำอะไรก็เกรงใจผู้ให้กำเนิดซะมั่ง
ไม่ไหวแล้วว่ะ
ยิ่งพิมพ์อารมณ์ยิ่งขึ้น
พอก่อนแล้ว
ไม่เอาแล้ว
พอ
*นอกเรื่อง
เออ
ชั้นรู้แล้ว
ชั้นว่าที่ชั้นอคติกับเรื่องพวกนี้ ที่ชั้นหัวโบราณกับเรื่องนี้
มันต้องเป็นเพราะคนใกล้ตัวเสือกมาก่อเรื่องให้เป็นแผลใจในอดีตแน่ๆเลย
แผลนั้นชั้นยังจำได้
ว่ามันแสบ
ว่าชั้นร้องไห้ไปมากขนาดไหน
คนรอบข้างชั้นเสียใจขนาดไหน
แผลมันยังไม่หาย
ถ้าไปสะกิดมันก็คงแสบ
ถ้าไม่มีใครไปสะกิดก็คงดี
เพราะชั้นเกลียดตัวต้นเหตุสองคนสุดปลายตีน
June 29 เพราะผู้ชายดีๆมันมีแต่ในนิยายคนนี้ก็คงไม่ใช่
หรือโลกนี้ไม่มีผู้ชายดีๆเหลืออยู่
ถ้ายังไง
ขอคนดีๆก็ได้
จะผู้ชายหรือผู้หญิง ส่งมาให้ทีเถอะ
ขอแค่ซักคน
หลายล้านคนบนโลก
มีบ้างมั๊ยซักคนที่จะเข้ากันได้
เหมือนตัวเองผิดหวังกับผู้ชายมากขึ้นทุกทีๆ ทำไมวะ
แสดงว่าเมื่อก่อนนี่ชั้นคิดผิดสิ
ว่าคนที่อายุมากกว่าจะมีสมอง มีเหตุผล
รุสึกว่าจะไม่จริงซะแล้ว
เพราะคนเรา
ลงถ้ามันงี่เง่า
อายุเท่าพ่อมันก็งี่เง่าอยู่นั่นแหละ
ไม่ชอบคนไร้เหตุผล
อยากรู้จักคนที่คุยกันรู้เรื่อง
ชั้นไม่ได้สวยเลือกได้
แต่ไม่ใช่ว่าไม่เลือก
ไม่ใช่กระเหี้ยนกระหือรืออยากมีคนอยู่ข้างๆด้วยขนาดนั้น
ไม่ใชาว่าใครมาจีบกูเอาแม่งหมด
คือ เอาจริงๆ
ไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีมันก็คงดี
รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เคยชอบใครจริงจัง หรือเป็นแบบที่เค้าบอกกัน
ว่าถ้าไม่รู้จักรักใคร จะให้ใครมันมารักเรา
ไม่รู้สิ ชอบ หรือ รักมันเป็นไงวะ
นิยามมันเป็นไง
เห็นหน้าแล้วใจเต้นเหรอ
แต่ถ้าใจไม่เต้นกูก้คงตายไปแล้ว
แต่ตอนนี้รู้อยู่อย่างนึง
ว่าชั้นยังไม่พร้อมจะมีแฟน
ชั้นติดเพื่อน
ติดเที่ยว
ติดอิสระ
มากไป มากไปจริงๆ
ชั้นรู้สึกแย่มากที่วันนี้ต้องแยกกับหวาน ฟ้า แท่งเพื่อจะไปกับเค้า เพราะชั้นเหนื่อย แล้วอยากชิวกับเพื่อนๆมากกว่า
มาๆ
จะเล่าให้ฟัง
คือวันนี้เค้าชวนไปดูหนัง
แต่เข้าใจฟีลคนเหนื่อยป่ะ
กุอยากชิว อยากเที่ยว อยากเม้าท์
พอบอกไปว่าเนือยๆ นอยๆไม่อยากดูหนัง
ก็เหมือนจะมาไม่พอใจกะชั้นซะงั้น
รู้หรอกว่าตัวเองผิดที่ไปผิดคำพูด พยายามขอโทษ+ง้อแล้ว
ทั้งที่ในใจก็มีตัวอักษรไซส์ 45 ขึ้นมาตัวเบ้อเริ่ม
"ทำไมกูต้องมาง้อเค้าด้วย เป็นเหี้ยอะไรกันรึยัง?" ไม่รู้นะ ณ จุดนั้น ชั้นง้อเค้าเพราะชั้นรู้สึกผิดที่ผิดคำพูดตัวเอง
ไม่ได้ง้อแบบง้องแง้งๆอย่างที่แฟนเค้าง้อกัน พอพูดด้วยก็ไม่พูดด้วย แล้วมาชวนไปสเวนเซ่น
เอ้า ชวนก็ไปวะ ไม่ไปอีกก็เสียมารยาทตายห่า
ก็ไป
แบบมาคุๆ
ก็ยังพยายามชวนคุยอยู่นิดนึง แต่เริ่มเซ็งแล้วไง
ซักพักก็เริ่มอึดอัด เลยโทรหาเอ็มม่า
พูดทำนองว่าเดี๋ยวจะไปหา
อารมณ์ว่ากูขอไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ เค้าก็รู้แหละ
ก็พูดประมาณว่าให้ไปเป็นเพื่อนมั๊ย
ทีนี้ล่ะมาพูดด้วย = ='' แต่คือตอนนั้นชั้นนอยไปแล้วไง
ก็เลยบอกว่าไม่ต้อง จะไปหาเพื่อน
เดี๋ยวกลับบ้านเอง
ก็เดินไปมาบุญครอง
ระหว่างทางนี่เจอกระจกก็มองหน้าตัวเอง
หน้าบึ้งมากก
แบบหน้าตาหมาบ้าสุดตีนอ่ะ
เหมือนไปโกรธใครมามากๆ
แย่ว่ะ
คือ
ไม่รู้ดิ
ชั้นเพิ่งคุยกับเค้าได้ไม่เท่าไหร่เอง
ยังไม่สนิทกันเลยเหอะ
ยังไม่รู้นิสัยกันเลย
แล้วที่สำคัญ
ยังไม่ได้เป็นเหี้ยเป็นห่าอะไรกันเลย
แม้แต่เพื่อนก็ยังไม่
อันนี้พูดจริง
ระดับความสัมพันธ์ ถ้าเป็นเกมซิมส์ก็อยู่แค่คนรู้จักแหละ
แล้วไม่เข้าใจ
ว่าทำไมต้องมาง้องแง้งๆใส่
คือถ้าเป็นแฟนกันก็ว่าไปอย่าง
ผิดสัญญาแล้วงอน ง้องแง้ง ถ้าเป็นเพื่อน โอเค กุจะง้องแง้งกลับ
ถ้าเป็นแฟน ก็ยิ่งโอเค ชั้นจะง้อแถมให้อีก
แต่เค้าเป็นอะไร
เป็นคนที่มาจีบ
ซึ่งชั้นยังไม่ได้คิดจะคบ
แค่ดูๆกันเฉยๆ
ถ้าหลังจากนี้เกิดอะไรขึ้น
ขอบอกไว้เลยเหอะ
ว่าคุณทำตัวคุณเอง
คุณไม่อยู่ในฐานะที่จะมาทำอะไรแบบนั้น
แต่ไม่ไหวจริงๆ วันนี้ตอนอยู่สเวนเซ่นส์กับตอนเดินไปมาบุญครอง
มีแต่คำพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัว (พร้อมใบหน้าบึ้งตึง)
"ก็แม่งรู้ว่าผิด กูก็ขอโทษหลายรอบแล้วจะยังเอาอะไรกันนักหนาว๊า ง้อแล้วด้วยอีกตะหาก ไม่ใช่ไม่ง้อ แล้วยังมาทำหน้าบึ้งๆใส่ คิดว่าเป็นอะไรกันเหรอ แม่งง กุก้นอยเป็นเหอะ ไร้เหตุผลสุดตีน พูดออกมาได้ว่าคิดอะไรให้พูดออกมาเลย ยังไม่เคยเจอชั้นด่าคนล่ะสิ ขืนพูดออกไปตรงๆก็มีหน้าหงายกันกลางพาราก้อนมั่งล่ะ จะให้บอกเลยมั้ยว่าไม่ชอบคนไร้เหตุผล เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันมางอนหาสวรรค์วิมานอะไร ทำแบบนี้คิดว่าจะได้เรื่องเหรอ เกลียดคนคิดเองเออเองว่ะ ตอนแรกกะจะว่าดูๆไปก่อน แต่ตอนนี้กุคิดได้แล้วว่าไม่ดูมันแม่งแล้ว นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันยังเป็นซะขนาดนี้ ถ้าเป็นแฟนกันจะขนาดไหน เหี้ย เหี้ย เหี้ย เหี้ย เหี้ยเอ๊ย!!!!"
คงไม่ชอบใครไปซักพัก* May 29 รับน้อง DE70สนุกได้อีกค่ะคุณ
รับน้องสนุกจริงๆ
ถึงอาทิตย์นี้จะเริ่มแป้กเพราะไม่ค่อยมีอะไรแล้วก้เหอะนะ
แต่น้องๆสายน่ารักมากๆ
สปิริตแรงกล้า น่ารักได้อีก
ชั้นมีน้องรหัส 2 คน คือน้องหญิงกับน้องมาศ
มีแต่รูปถ่ายคู่กะน้องหญิงอ่ะ หาน้องมาศไม่เจอเลย T^T
วันหลังค่อยถ่ายก้ได้ เชอะๆ
แต่ว่านะ
รับน้องคราวนี้
มันทำให้เห็น "นิสัย" บางอย่างของ "บางคน"
ซึ่งแย่กว่าที่คิดไว้อ่ะ
คือเรื่องอื่นเราไม่ซีเรียสนะ
แต่เรื่องงานนี่ไม่ไหว
ไม่ชอบเลย
แล้วก็เกลียดมากๆ พวกไม่รู้ตัวเอง
พวกไม่รู้จักสำนึกผิด
โง่จริงหรือแกล้งโง่
รับไม่ได้มากๆ
นิสัยก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว
แค่ไม่คิดว่าจะ เหี้ย ขนาดนี้
ป.ล.น้องรหัสดิชั้นน่ารักสุดตีนเถอะค่ะพี่น้อง
May 14 แง้~ไม่จิงใช่มั้ยกรี๊ด~!!
ไม่จริ๊ง!!!
ชั้นรู้สึกว่าเค้าอายุน้อยกว่าชั้นหว่ะแก
ถึงจะแค่ 20 วัน
ไม่รู้นะ
เค้าต้องเกิด 1990 แน่ๆเลย
อี๋~
ถ้าเค้าเกิด 1990 จริงก็แสดงว่า
เค้าอายุน้อยกว่าชั้น 20 วัน
อี๋ๆๆ ตอนแรกเห็นวันเกิดนี่ยังไม่คิดอะไร
เพราะรู้อยู่
แต่พอเห็นอายุอ่ะ
มันเป็น 17 อ่ะแก๊~
ไม่รู้ดิ
พอเห็นแล้วคิดได้
มันแบบ
คะแนนอคติคนอายุน้อยกว่ามัยพุ่งปรี๊ด~~~เลยอ้ะ
คือชั้นเกิด 15 เมษา 1990
แล้วเค้าต้องเกิดหลังชั้น 20 วันแน่ๆเลย
เพราะเค้ายังอายุ 17 อยู่อ่ะ
ทำไงดีวะ
แสดด
ไอชอบมันก้ชอบเหอะ
แต่พอรุสึกว่าอายุน้อยกว่าแล้วมันแบบ..
อี๋
ไม่ชอบเด็กอ่ะ
เกลียดเด็กอ้ะT[]T
ให้ดิ้นตายเหอะ
ตั้งแต่เข้าเตรียมฯมานี่กุเซนซิทีฟเรื่องอายุมากมาย
ไม่ใช่อะไรหรอก
ปกติก้อคติกะการที่ผุหญิงที่มีแฟนอายุน้อยกว่าอยุแล้วอ่า
ยิ่งมาเข้าเตรียมฯยิ่งตอกย้ำ
โคดนายย
สาดด
ตัดใจดีกว่าซะละมั้งชั้น
เจอเด็กกว่าแบบนี้ก็ไม่ไหวล่ะ = =''
จิงๆตอนแรกก้กลุ้มๆอยู่แล้วว่าเค้าจะอายุ 17 หรือ 18
ชิ
ชอบก้จิง
แต่อายุน้อยกว่าก้ไม่เอาอ่ะ
กำของอิกิ่ง
ดวงความรักมันถูกพระศุกร์บังพระเสาร์แทรกรึไงวะ
ชอบใครถ้าไม่เป็นเกย์ก็มีแฟน
ถ้าไม่มีแฟนก็อายุน้อยกว่า
สองอันแรกยังดีกว่าอีก
แต่คนอายุน้อยกว่านี่ขอทีเหอะ
รับไม่ได้ไงไม่รุ
เด็กกว่าอ้ะ
อี๋~ May 08 ความรัก?รักเหรอ?*
คนทุกคนต้องการความรัก
อยากมีความรัก
ไขว่คว้า ทำทุกทางให้ได้มา
พอได้มาสมใจ
บางคนก็เขี่ยทิ้งแบบไม่ใยดี
บางคนก็รักษา เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ยอมปล่อย
หลายคนคงเคยเจ็บปวดกับความรัก
บางคนก็เข็ด จนไม่กล้าที่คิดจะรักใครได้อีก
บางคนก็ยังไม่เคยหลาบจำ ถึงรักจะทำให้ช้ำแต่มันก็สุขเหลือเกินจะกล่าวในเวลาที่เราได้มีมัน
มันสุข...จนต้องพยายามไขว่คว้าให้มันมาอยู่กับตัว
แม้ว่าคนที่มอบความรักนั้น จะไม่ใช่คนคนเดิมที่เราคุ้นเคยก็ตาม
เคยมองย้อนกลับไปในอดีตไหม?
ชีวิตเราเคยอยู่ได้โดยไม่มีความรักจากคนที่เราเรียกว่าคนรัก
แต่เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งๆที่เราได้รับความรักนั้นมา
มันกลับยากที่จะถอนตัว
ยากที่จะหักห้ามใจให้ลืมความรู้สึกของการเป็นผู้ที่ถูกรัก
มันเลยทำให้เรากระหายอยากได้สิ่งที่เราเคยมีกลับคืน
โหยหา...แม้มันเป็นเพียงสิ่งที่จากไป
ทำไมไม่มองย้อนกลับมาในอดีตดูบ้างล่ะ?
เราอยู่ได้โดยไม่มีเขา
วันหนึ่งเมื่อเขาจากลา
เราก็คงจะอยู่ได้เหมือนในอดีต
แต่มันก็ยาก
การผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นคงต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่าสิ่งใด
คงต้องสะกดจิตตัวเองให้เข้มแข็ง
คิดเสียว่า ไม่มีเขา...เราก็อยู่ได้
เพียงแต่มันอาจจะไม่เปี่ยมสุขเหมือนอย่างวันก่อนเก่าที่เคยมี
ความรักคงเป็นสิ่งเสพย์ติด
รักแล้วคงยากนักที่จะถอนตัว
เคยได้ยินประโยคนี้มั้ย?
"รักคนที่เขารักเราดีกว่า"
มันหมายถึง
ให้เราไปรักคนที่รักเรา แม้ว่าเราจะรักคนอื่นอยู่ก็ตามเหรอ?
ถ้างั้น
คนที่เราตัดใจไปรัก เขาก็ต้องรักคนที่ไม่รักเขาสิ?
ได้ยินประโยคนี้แล้วไม่เคยเข้าใจ
ไม่เคยรับได้
ทำไมถึงยังพูดกันอยู่ทุกวัน
ประโยคนี้มันไม่ได้หมายถึงความเห็นแก่ตัวของคนเหรอ
ที่ต้องการเป็นผู้ได้รับความรัก
ไม่สนใจแม้ว่าคนที่มอบความรักให้จะต้องเป็นเพียงผู้ให้ความรัก
เพราะอาจจะไม่มีทางได้รับความรักตอบแทน
เมื่อใจหนึ่งมอบให้คนอื่น แล้วมารับเอาความรักจากอีกใจหนึ่ง
แล้วใจที่เหลืออีกหนึ่งดวงจะทำอะไรได้
นอกจากสุขอยู่บนความทุกข์ของตัวเอง
สุข ที่ได้มอบความรักให้กับคนที่รัก
ทุกข์ ที่คนที่รักไม่เคยหันมามอง
ชั้นไม่เคยเห็นด้วยกับประโยคที่ว่ามา
แล้วที่อัพสเปซวันนี้ด้วยเรื่องราวแบบนี้
เพราะชั้นเห็นว่าหลายๆคนหดหู่เหลือเกิน
อากาศมันเปลี่ยนแปลงบ่อยรึเปล่า
เฮ้อ~ May 05 อยากบอกแต่บอกไม่ได้กูไลฟ์มันกว้างไป
คนรู้จักมันเยอะเกินไป
โลกนี้สื่อสารกันเร็วไป
เร็วจนกลัว
จนกลัวความลับมันไม่เป็นความลับ
ถึงเราจะไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไรมากมายก็เหอะ
แต่ยังไงเราก็รู้สึกว่าสเปซมันส่วนตัวกว่ากูไลฟ์
ไม่รุ้สิ รู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ
เพราะฉะนั้น
เรื่องที่มาอัพวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ระบายในกูไลฟ์ไม่ได้
เพราะคนอ่านเยอะ
สเปซนี่แหละ
คนไม่อ่าน
อัพได้
สบายใจ
แต่เดี๋ยวจะไปเขียนไดอารี่เป็นเล่มๆอีก
จะได้ลับกว่าเดิม 55+
วันนี้วันเกิดเค้าแหละ
ห่างจากวันเกิดเราแค่ไม่กี่อาทิตย์เอง
(แต่คนละปี 55+)
บ้ามะ? แค่วันเกิดใกล้ๆกันก็ดีใจจะเป็นจะตาย
บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองหน้าด้านพิลึก
ผู้ชายเค้าไม่รู้จักเราซะหน่อย ไปวี๊ดว๊ายเรื่องเค้าอยู่ได้
สมเพชตัวเองแปลกๆ
ที่ปากเก่ง พูดอยู่ อัพไดเรื่องเค้าได้อยู่เนี่ย
เพราะรู้หรอกว่าเค้าไม่มีทางมารับรู้เรื่องราวตรงนี้ได้
จะพูดให้ถูกคือ
เค้าไม่มีทางมารู้เรื่องของเราได้
เพราะเราไม่รู้จักกัน
แต่ถ้าวันนึงเกิดเรารู้จักกันขึ้นมา
เราคงกลุ้มตาย
อายตัวเองไม่รู้จะอายยังไง
มันน่าเกลียดไม่ใช่เหรอ?
กับการวิ่งตามใครซักคนแบบนี้
มันน่าอายจะตาย
ที่ไปเพ้อฝันถึงคนคนนึงทั้งๆที่เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเราอยู่บนโลกใบนี้
แต่จะให้ทำยังไง
เราไม่เคยชอบใครง่ายๆ
ถ้าพูดตรงๆก็คือเราไม่เคยชอบใคร
ชอบขนาดที่ต้องเสียน้ำตาน่ะ
สาบานได้เลยว่าไม่เคย
แต่กับคนคนนี้อ่ะ
เราไม่รู้หรอก
ไม่รู้ว่าวันนึงต้องมานั่งร้องไห้แบบที่เคยว่าไอไบท์ไว้ว่างี่เง่าที่ร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้รึเปล่า
ไม่รู้จริงๆ
แต่เราแค่รู้สึก
รู้สึกว่าชอบคนคนนี้
แต่เรื่องที่จะสมหวังกับความคิดนี้มันแทบจะศูนย์
เพราะอะไรน่ะเหรอ?
อย่างแรกเลย..
เรากับเค้าไม่รู้จักกัน
เค้าเป็นเพื่อนของแฟนเพื่อนเรา
แค่ฟังความสัมพันธ์ก็ปวดหัวแล้ว
เคยเจอหน้ากันแค่ 3 ครั้ง
เป็นสามครั้งที่เจอหน้าจริงๆ
เพราะมันแค่เจอหน้าเฉยๆ
ไม่ได้พูดกัน ไม่ได้มองกันเลย
ชื่อเราเค้าก็จำไม่ได้
หน้าเราเค้าก็นึกไม่ออก
อย่างที่สอง...
เพราะเราเป็นเรา
ไม่ใช่ว่าจะพูดงี่เง่าอะไรนะ
แต่คนแบบเรา
มันไม่ใช่อะไรที่เค้าจะมาชอบ
มันไม่ใช่อะไรที่ใครเค้าจะคบเป็นแฟน
ถ้าแค่เพื่อนล่ะได้แน่
แต่ถ้าเราเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักกันได้จริง
ถ้าเป็นแบบนั้นอย่ารู้จักกันดีกว่า
กลัวว่าวันนึงจะต้องมานั่งรับรู้เรื่องของเค้ากับใครคนอื่น
แล้วสุดท้ายคนที่นั่งเสียใจบ้าบออยู่คนเดียวก็เป็นเราเอง
เราไม่ได้สวย
ไม่ได้รวย
ไม่ได้เก่ง
ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ตัว ไม่เจียม
แต่เพราะเรารู้ไง
ความหวังมันเลยไม่มี
อย่างที่สาม..
เพราะเราไปชอบเค้าก่อน
โอกาสที่จะให้เค้าชอบกลับมา
มันมีด้วยเหรอ?
เพื่อนเราหลายคนบอกว่าไม่แปลกหรอก
ถ้าผู้หญิงจะชอบผู้ชายก่อน
แต่เราว่ามันน่าเกลียด
ที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันนี้ก็รู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากๆแล้ว
ถ้าต้องให้ไปตามจีบ ตามตอแยนะ
ขอดิ้นตายมันตรงนี้แหละ
เก็บศักดิ์ศรีไว้ดีกว่าที่จะแลกมันมาด้วยความสุขชั่ววูบ
วันนี้วันเกิดเค้า
คิดแล้วก็เศร้ากับตัวเอง
คงได้แต่อวยพร
ด้วยประโยคที่โหลที่สุดในโลกสำหรับการอวยพรวันเกิด
"มีความสุขมากๆนะ"
ก็แล้วทำไมล่ะ
ก็เราคิดแบบนั้นจริงๆ
อยากให้เค้ามีความสุขจริงๆ
ไม่ใช่แค่พูดจากปาก
ถึงความรู้สึกนี้จะไม่มีวันส่งผ่านไปถึงเค้าก็ตามเหอะ
เค้าไม่รู้หรอก
แม้แต่ใครก็คงไม่ทันคิดหรอก
รู้มั้ยว่าเราชอบเค้าหลังจากกลับจากค่ายเยอรมัน
มีใครซักคนรู้หรือเอะใจซักนิดมั้ย
ว่าไดอารี่ตั้งแต่หน้าที่กลับจากค่ายเยอรมัน
เราไม่อัพไดแล้วแทนตัวเองว่า"กู"
ไม่อัพไดหยาบๆ ไม่อัพไดเอามันเข้าว่า ตั้งแต่นั้นเลย
อาจจะมีคำหยาบนิดหน่อย แต่ก็อัพเอาฮา
แต่มันก็พูดได้เต็มปากเลยว่าไม่หยาบเลยตั้งแต่กลับจากค่ายมา
มันเป็นจุดเล็กๆที่เรารู้สึกว่าอยากเปลี่ยน
แค่นิดเดียว
นิดเดียวก็ยังดี
ถ้าเป็นไปได้
ถ้าขอพรได้ 3 ประการ
แค่ตอนนี้
เราจะขอ
ขอให้เราสมหวังกับเค้า
ขอให้เค้าไม่รู้เรื่องที่เราชอบเค้ามาก่อน
ขอให้เรื่องที่ขอไปเป็นจริง
แต่มันก็เป็นแค่จินตนาการของเราคนเดียวใช่มั้ยล่ะ
ใช่มั้ย? May 02 สเปซรั่วได้อีกอ่านไดอารี่อีไบท์
เกิดฟีลเดียวกับมันยังไงก็ไม่รู้
วันนี้คงอัพยาว
ถ้าโลกนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้วก็อ่านซะละกัน
เพราะมันคงเป็นแค่เรื่องของคนๆนึง
เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ไร้สาระของคนๆเดียว
ขอเรื่องแรกเลยละกัน
เรื่องรับน้อง
ตอนอยู่ ม.4 มีพี่มารับเรา
มันก็สนุกดีอยู่แหละ
แต่พอถึงคราวตัวเองรับน้องบ้าง
มันไม่ได้สนุกไปทุกเรื่อง
มันเป็นอะไรที่ต้องเสียสละเวลา เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์
ซึ่งบางอย่าง เราก็ไม่ได้มีเหลือเฟือ
บางครั้ง
เวลาประชุมรับน้อง
เราก็เป็นคนกระจายข่าว
เราก็ไม่รู้จะทำไงให้ทุกคนรู้
มันเป็นอะไรที่ใหญ่กว่าตอนงานพระสุธนมากๆ
ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้
ความรู้สึกที่มันสุดจะกลั้นแล้ว
เหมือนความอดทนมันสิ้นสุดตรงจุดนั้น
บอกตรงๆว่าตอนนั้นโมโหมากๆ
คือ
มันเป็นงานที่เราทุ่มเททำชิบหาย
แล้วโดนว่าแบบตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง
พอโดนว่ามากๆมันก็โกรธ
จนนึกว่าตบหน้าพวกดีแต่ปากแรงๆซักที
แต่ตอนนั้นคิดในใจว่าถ้าแค่ตบคงยังไม่หายโกรธหรอก ขอจิกหัวด่ามันอีกทีคงสะใจกว่า
สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะมันเป็นเราเองแหละที่ผิด
ผิดที่ทำงานได้ไม่ดีพอ
จนถึงตอนที่เราเดินออกมาจากห้องแล้วไปเลือกตั้งกรรมการ AIC
พอเดินมาถึงตึก 2
เหมือนคำว่าเรื่องงานของหลายๆคนมันลอยวนไปวนมาอยู่ในหัว
ความรู้สึกมันพลุ่งพล่านมาจากข้างใจ
จนมันกลายเป็นน้ำตา
น้ำตาที่เก็บไว้ไม่ได้แล้ว
เวลาที่คนมีถามว่าทำไมเวลาผู้หญิงโกรธแล้วชอบร้องไห้
เราก็ไม่ได้ชอบ
แต่เวลาโกรธแล้วน้ำตามันมาเอง
แล้วยังมาถามว่าร้องทำไม
บางคนอาจจะคิดว่าป่านนี้แล้วจะมาพูดเรื่องงานนี้ขึ้นมาทำไมอีก
ก็อยากพูด จะทำไม?
ไม่เข้าท่าเลยกู... April 23 กลุ้มได้อีกสัญญาคือสิ่งที่เราต้องรักษา
โอกาสคือสิ่งที่เราต้องคว้าไว้
ถ้าการรับเอาโอกาสทำให้สัญญานั้นพังไป
เราควรจะรักษาอะไรไว้กันแน่
แต่...
แต่นะ...แค่แต่
มีโอกาสดีๆมาให้
เราอยากรับ
แต่เรามีสัญญาไว้
สัญญาที่มีเงื่อนไขเหมือนกัน
ซึ่งต้องใช้เวลานาน
กว่าจะสำเร็จ
โอกาสที่เสนอมา
มันใช้ได้เลย
ดีด้วย
แต่สัญญา "ใจ" มันยังมีอยู่
ถึงอยากจะไปกับโอกาสนั้น
ชั้นคิดแย้งกับตัวเองอยู่นาน
ก็รู้แหละว่าโอกาสมันไม่ได้มาบ่อยๆ
ลอยมาตรงหน้าก็ควรคว้าไว้
แต่...
ชั้นไม่อยากผิดสัญญา
ไม่อยากให้อะไรๆมันเสียไปเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง
กลุ้มใจสุดตีน* April 10 ฤๅเราจะดวงสมพงษ์กับพวกมาเรียนแบบสวยๆขำๆเล็บแกเป็นอะไร
ชั้นอยากจะรู้นัก
อ๋อ
ไปอังกฤษแล้วเล็บพังเหรอ
แหมๆ
แย่จังเลยเนอะ
แล้วนี่เมื่อไหร่เล็บนั้นจะยาวเท่าเล็บอื่นล่ะ
เอาเข้าไปเถอะค่ะคุณ จะมาสวยๆขำๆก็ไปที่อื่น
อย่ามานั่งข้างชั้น
คราวที่แล้วคุยโทรศัพท์ดังไปเจ็ดแปดย่าน
ชั้นก็อัพด้วยอารมณ์หงุดหงิด
คราวนี้คนเดิม กลุ่มเดิม
เรื่องเล็บ
คุยมันตั้งแต่บ่ายสอง
จนบ่ายสามครึ่งถึงได้เลิกคุย เพราะเค้าเลิกเรียน
คนนั่งรอบๆแกเค้าจะฆ่าแกกันหมดแล้ว
คนอื่นแกล้งพูดว่า "หนวกหูเนอะ" ก็ยังไม่ได้ยิน
โถ...แม่เจ้าประคุณทูนหัว
พอเรียนเสร็จก็มีคนอีกกลุ่มนึงที่นั่งใกล้ๆกันพูดกะเพื่อน
Die1* "มึงรำคาญมะ"
Die*2 "รำคาญดิสัด พูดเหี้ยอะไรก็ไม่รู้"
Der*1 "พูดแม่งจนลิงหลับ"
*ตอนที่คนกลุ่มนี้คุยกัน พวกนั้นยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเหมือนเดิม
Die1* "กูอยากรู้ว่ามันสำนึกมั้ยเนี่ย ทำคนอื่นเค้ารำคาญ"
Die2* "โอ๊ยย ไม่หรอกมึง ตอนนี้มันยังไม่ฟังมึงเล้ย"
Die1* "เหี้ย วันพรุ่งนี้อย่ามานั่งแถวนี้อีกนะ กูจะด่าให้"
แต่ก็ว่าแหละค่ะ คุณเธอเหล่านั้นมัวแต่สนเล็บตัวเองอยู่ เลยไม่ได้ฟังอะไรเลย คนแถวนั้นเค้าประนามมันจนจะฆ่ามันอยู่แล้ว
เด็กสวนกุหลาบยังบ่นเหอะ คิดดู
ผู้ชายยังรำคาญ
เด็กเซนข้างๆก็มองไม่รู้กี่รอบ
ยิ่งเด็กหอวังนนที่นั่งติดกะชั้นนี่โกรธ she แบบไม่ไหวแล้ว
อารมณ์ว่าถ้าพรุ่งนี้แกคุยอีกได้เจอชั้นแน่
ชั้นเรียนๆขำๆแต่เวลาเรียนชั้นก็เรียนนะ ไม่ได้อยากประสบพบเจอกับอีคนพวกนี้เล้ย
รู้สึกว่าวันนี้ที่มานั่งข้างชั้นก็มานั่งแย่งที่คนอื่นนี่
เจ้าของที่มาก็บ่นๆ
"อ่าวเหี้ย ใครเสือกนั่งตรงนี้อีกวะ"
แกน่ะแหละ เสือกมานั่งตรงนี้ทำไมวะ ชั้นเรียนไม่รู้เรื่องค่ะอีเหี้ย
ฮึ้ย
หงุดหงิด
อื้มๆ
มีไดอารี่ด้วยนะ
อัพบ่อยกว่าสเปซ
เพราะหัวชั้นตามไม่ทันสเปซ
ไดอารี่มันง่ายกว่า
แต่อยากอัพทั้งสองที่
นี่ๆ
โปรโมตมันเข้าไป 55+ April 09 ทำเป็นเล่นไปนะแก คนอย่างชั้นก็มีสเปซกับเค้าเหมือนกันอุ๊ยตาย เขียนสเปซครั้งแรกในชีวิต
ตื่นเต๊นน ตื่นเต้น
ตอนนี้กำลังเห่อสเปซใหม่
อะไรๆก็ดูแปลกๆ
เพราะชั้นไม่เคยใช้ 555+
จะบอกว่าอคติกับสเปซมาก เพราะเมื่อก่อนเข้าสเปซแนนแล้วแบบว่าคอมกระตุก
พอตอนหลังมาเข้าของคนอื่นแล้วไม่เป็น เป็นแต่ของแนนคนเดียว
เดี๋ยวจะไปเรียนสมศรีก่อน แล้วจะกลับมาเห่อสเปซใหม่
สมศรีคอร์สนี้สอนดี ท่องศัพท์กันอ้วกแตก แต่เจ๊แกมีเคล็ดลับ
คนไปเรียนหยั่งกะเรียนฟรี
แต่เอาเหอะ
ไปเรียนแปบนึง แล้วดึกๆจะกลับมาทำสเปซต่อ
โอ้ววว ชั้นมีสเปซแล้ววว ดีจั๊ย |
|
|